[EXSH] Hell Rising #2

posted on 17 Apr 2013 16:47 by sose-p in exsh
 
 
 
 
 
 
คือ...เราเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อคืน.......
 
 
/กราบสวยๆแล้วส่ง
 
 
 
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 

เข็มนาฬิกาชี้เลขสิบสองทั้งสองเข็ม เป็นสัญญาณบอกเวลาเที่ยงคืน

 

เสียงเตือนจากนาฬิกาดิจิตอล

เสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะ

 

 

ทั้งหมดถูกกลบด้วยเสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ดที่ดูท่าทางยังไม่มีกำหนดว่าจะหยุด

 

 

'  xx/xx/xxxx


 

ก่อนอื่นที่ใครก็ตามจะอ่านรายงานฉบับนี้ ผมขอทิ้งคำเตือนไว้ก่อนสักเล็กน้อย

ผมไม่ใช่พนักงานบริษัท ไม่ใช่บุคคลบรรลุนิติภาวะ ไม่ใช่ผู้ใหญ่มีความรู้มีการศึกษา แต่ผมเป็นเด็กนักเรียนอายุ13ปี ที่มาเป็นฮีโร่ด้วยเหตุสุดวิสัย

  ฉะนั้น ถ้าภาษาในการเขียนของผมไม่เป็นทางการ หรือกระด้างไม่เข้าตาไปบ้าง ผมก็ขอโทษไว้ก่อนล่วงหน้าตรงนี้เลยแล้วกัน 

 

ก่อนจะเล่าว่าไอ้เอเลี่ยนหัวฟักทองอะไรนั่นผมจัดการยังไง ขอย้อนความไปก่อนหน้านั้นสักวันสองวัน ช่วงหลังจากได้ภารกิจใหม่ๆก่อนนะ

 

วันนั้นผมจะออกมาซื้อฮอทด็อก แต่ปรากฏว่าร้านประจำมันหมด ถามร้านอื่นก็ไม่มี เป็นวันบ้าอะไรก็ไม่รู้

 

ในเมื่อไม่มีทางเลือก ผมก็เลยจำใจแวะเข้าร้านเบอร์เกอร์ที่ใกล้ที่สุด สั่งมาสักชิ้นพอให้รอดจากมื้อนี้

ผมยืนรอเบอร์เกอร์ของผมอยู่ ข้างๆก็มีเด็กผู้ชายวัยใกล้ๆกันกับผมยืนรออยู่เหมือนกัน แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรน่ะนะ หิวไส้จะขาดอยู่แล้ว

ก็เพราะไม่ได้สนใจอะไรนั่นแหละ พอถุงเบอร์เกอร์มาอยู่ตรงหน้า ผมก็จ่ายเงิน คว้าเดินออกไปโดยไม่ได้เช็คก่อนเลยว่าของข้างในคืออะไร

 

ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตที่ผมจะจำไปจนตายเลย

 

ผมเดินมาเจอเก้าอี้สาธารณะว่างอยู่ ปัดๆใบไม้แห้งออกสักหน่อย ก่อนจะนั่งลงจัดการเจ้าสิ่งที่อยู่ในถุงให้ลงไปอยู่ในท้อง

 

แต่เปิดถุงออกมาเท่านั้นแหละ

 

ผมจำได้อย่างมั่นใจว่าสั่งชีสเบอร์เกอร์ไซส์ปกติไป แต่ไอ้ที่อยู่ในถุงใบนี้มันเป็นบิ๊กเบอร์เกอร์ที่แพงกว่าของที่ผมสั่งเกือบเท่าตัว

  และผมก็จำได้แม่นเลยว่า ผมได้ยินเสียงเด็กผู้ชายคนนั้นที่อยู่ข้างๆผมพูดว่าอะไรบิ๊กๆนี่แหละ

 

ไม่ต้องรอให้เสียเวลา ผมจัดการห่อไอ้เจ้าสิ่งนั้นกลับให้ดูหน้าตาเหมือนเดิม วิ่งกลับไปที่ร้าน เข้าไปถามคนขาย

  ซึ่งก็ตอบมาได้อย่างน่ารักว่า ผมจ่ายเงินไปแล้ว ช่วยอะไรไม่ได้

 

  วินาทีนั้นผมแอบแช่งไอ้คนขายลุงอ้วนหัวล้านไขมันเยิ้มนั่นให้ขาดทุนจนร้านเจ๊งไป ไม่ผิดกฎอะไรใช่ไหม?

  ผมไม่รอให้ตาลุงนั่นบ่นอะไรยาวเหยียดหรอก เป้าหมายต่อไปของผมตอนนั้นคือตามหาตัวเด็กผู้ชายคนนั้นให้พบ คุยให้รู้เรื่อง อาจจะได้แลกเบอร์เกอร์กับเงินส่วนที่เหลือกลับมาก็ได้ ถ้าเขายังไม่กินมันไปซะก่อนนะ

 

  ผมวิ่งเกือบทั่วเมือง...มั้ง ในความรู้สึก ไม่เจอแม้แต่เงาของเด็กผู้ชายคนนั้น ไม่เจออะไรเลย

  ในเมื่อหมดหนทางขนาดนี้ ผมก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยายามกินไอ้บิ๊กเบอร์เกอร์นั่นให้หมด จะได้คุ้มกับเงินที่เสียไป

  อย่างน้อยก็จะได้เติมพลังงานสำหรับคืนนี้ที่จะออกทำภารกิจให้เต็มที่แล้วกัน

 

เวลาสักสามทุ่ม ผมตื่นด้วยเสียง TERRY ในหูฟังขณะที่กำลังฝันอะไรสักอย่าง ลุกขึ้นมาล้างหน้าไล่ความอยากนอนต่อที่มีอยู่ เปลี่ยนชุดแล้วเตรียมของให้พร้อม

  ยังหงุดหงิดเรื่องเมื่อกลางวันไม่หาย เอาเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป... ผมไม่ได้พูดประโยคนี้นะ เจ้าโปรแกรมอัจฉริยะในหูฟังไร้สายผมพูดซ้ำไปซ้ำมาจนจะท่องได้อยู่แล้ว

ผมเปิดระบบค้นหาบน...เอ่อ ยานพาหนะส่วนตัวผมละกัน ป้อนข้อมูลแอนตี้ฮีโร่ที่เป็นเป้าหมายเท่าที่ผมจะมี ชื่ออะไรนะ... Metal Boy มั้ง นั่นแหละ รอ TERRY ประมวลผลสักพัก จุดพิกัดเป้าหมายก็ขึ้นมาตรงหน้าประมาณสองสามจุด

ก็ไม่คิดหรอกว่าจะตามตัวเจอได้ง่าย ๆ แต่พิกัดขึ้นมาเกินหนึ่งตัวเลือกแบบนี้ มีหวังกว่าจะได้กลับบ้านนอนคงยันเช้า

ผมหลับตาสุ่มเอาสักพิกัดหนึ่ง เหมือนจะเป็นบ้านคนอยู่ในนิวยอร์กเหมือนกัน แล้วก็ไม่ค่อยไกลจากที่นี่เท่าไหร่


ก็ดี คืนนี้ขอใกล้ๆก่อนก็แล้วกัน พิกัดที่เหลือบางจุดก็ไม่ได้อยู่ในนิวยอร์กด้วย 

 

ผมบังคับ...เรียกแค่ยานก็แล้วกันนะ ไม่ใช่ยานบินยูเอฟโออะไรนั่นหรอก บิดคันเร่งขึ้นฟ้าไป อากาศตอนกลางคืนก็ยังหนาวได้ใจเหมือนทุกวัน ยิ่งเป็นเดือนนี้อีก พระเจ้า นี่ผมเป็นเด็กนะ ทำไมต้องตื่นกลางดึกออกมาตากลมเย็นให้ตัวสั่นแบบนี้ด้วย ...อืม ผมเผลอบ่นไปตอนนั้นน่ะ ขอโทษละกัน

บินมาเรื่อย ๆ จนอยู่เหนือหลังคาบ้านที่เป็นเป้าหมายแล้ว ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงคน...ผมคงไม่ได้มาผิดที่ใช่ไหม? 

ตอนนั้นกำลังใจจะทำภารกิจต่อก็หายไปเกือบครึ่งแล้วล่ะ แต่เสียง TERRY ที่พูดซ้ำๆให้ลองสำรวจดูรอบ ๆ ก่อน ทำให้ความคิดที่จะกลับบ้านของผมเป็นอันต้องพับเก็บไป

 

วนไปทางแรก ไม่เจออะไรนอกจากต้นไม้และแมวสองสามตัวที่ร้องแข่งกัน

 

วนไปทางที่สอง ไม่เจออะไรนอกจากบ้านอีกหลังและไฟที่ยังสว่างอยู่หนึ่งห้อง

 

วนไปทางที่สาม ไม่เจออะไรนอกจากพื้นถนนที่มีเศษขยะสองสามชิ้น

 

ผมเกือบจะกลับบ้านไปนอนแล้ว ถ้าไอ้โปรแกรมเจ้ากรรมนี่ไม่บังคับยานผมให้บินสำรวจต่อ

 

วนไปทางที่สี่ เจอบาร์ กับ...

 

 

...เด็กผู้หญิงชุดนางฟ้า ...อืม อ่านไม่ผิด เด็กผู้หญิงชุดนางฟ้า

 

ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าเวลาป่านนี้และเลยฮัลโลวีนมาขนาดนี้ยังมีคนที่หลงเทศกาลอีก แต่ก็นะ เรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของผมสักหน่อย

อีกครั้งที่ผมเกือบจะได้กลับไปนอนหลับสบายใจใต้ผ้านวมอุ่นๆ ถ้าเสียงๆเดิมที่ผมขี้เกียจจะเขียนแล้วว่าเป็นใครดังอยู่ในหูฟังว่าให้สะกดรอยตามเธอไป จะบ้าเรอะ ให้มาแอบตามสังเกตเด็กผู้หญิงเนี่ยนะ ยังกับสตอล์กเกอร์เลยให้ตาย

แต่ผมก็ได้แค่บ่นนั่นแหละ มือก็ต้องบังคับยานให้ลอยตามไปเงียบ ๆ ไม่ให้ผิดสังเกต ซึ่งผมจะขอบอกตรงๆว่าโคตรอึดอัด ต้องมาขับช้าๆแถมต้องคอยระวังไม่ให้ถูกจับได้ เหมือนโรคจิตตามคนยังไงยังงั้น แต่ผมไม่ได้เป็นนะ นี่มันงาน เข้าใจใช่ไหม?


ตามไปได้สักพัก เนวิเกเตอร์บนยานผมก็กะพริบจุดสีแดงที่สื่อความหมายว่าศัตรูอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับเสียงเตือนในหูฟังว่าพบสิ่งมีชีวิตประหลาด ให้ระวังตัวด้วย

ผมมองจุดสีแดงๆบนจอนั่น แล้วก้มลงมองพื้นที่จริงดู จากตำแหน่งที่ TERRY เตือนผมว่ามีตัวประหลาด

 

ผมเห็นหัวฟักทองหลงเทศกาลอีกหนึ่งตัว

 

ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรน่ะนะที่จะเจอตัวมันเวลาแบบนี้ แต่พระเจ้า นี่ผมกำลังแอบสะกดรอยตามคนอยู่นะ แล้วยังจะให้ผมจัดการไอ้เอเลี่ยนหัวฟักทองยิ้มสวยนี่อีกอย่างนั้นเหรอ

ผมกำลังจะหาที่จอดยานแล้วลงไปซัดไอ้ตัวพิลึกนั่นให้หายหงุดหงิด แต่ยังไม่ทันจะร่อนยานลง

 

ผมว่าผมเห็นไอ้ตัวนั่นปลิวไปไกลสักห้าเมตรได้

  

...เฮ้ย เดี๋ยวก่อน ตะกี้นี้มันอะไร เอเลี่ยนหัวฟักทองเห็นเงาสะท้อนหน้าตัวเองแล้วเกิดตกใจกลัวเลยกระโดดหนี รึว่าลมความเร็วสูงชั่วอึดใจพัดมันจนตัวปลิว รึว่า... ..อ้าว ซวยละ แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นล่ะ?

ผมพยายามกวาดสายตามองหาเป้าหมายที่กำลังจะหลุดมือไป ไม่นานก็เหมือนจะเห็น เด็กผู้หญิงชุดนางฟ้าที่กำลังยกขาค้างเหมือนท่าเตะ

 

 

...เดี๋ยวนะ เตะ.....??

 

 

ผมพยายามมองเธออีกครั้งด้วยความสับสนและอยากรู้ว่าก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งวินาทีกว่าๆเธอทำอะไร ถ้าให้ผมเดามั่วๆแบบเด็กอายุสิบสาม ผมเห็นหัวฟักทองปลิวไป แล้วผมก็เห็นเด็กผู้หญิงชุดนางฟ้าที่ยกขาเตะ...

ไม่ต้องเสียเวลาคิดเอง TERRY โปรแกรมอัจฉริยะก็ส่งคำตอบมาให้ผมผ่านเสียงทางหูฟังว่า นางฟ้าตรงหน้าผมใช้ขาเตะผีหัวฟักทองกระเด็นไปไกลเกือบห้าเมตร

 

คุณอาจจะไม่อึ้งก็ได้ แต่ตอนนั้นผมพูดเลยว่าผมอึ้งมาก เด็กผู้หญิงเตะเอเลี่ยนปลิวเนี่ยนะ จะบ้าเหรอ ให้กินเบอร์เกอร์จนหมดร้านก็ไม่เชื่อ 

ระหว่างที่ผมกำลังงงกับข้อมูลในหัว เหมือนสายตาจะชินกับบรรยากาศตอนกลางคืนแล้ว เลยทำให้เห็นแสงอะไรเงาๆจาก...ขา? ขาเด็กผู้หญิงคนนั้น..ขึ้นเงาจนสะท้อนแสง?? เฮ้ย เดี๋ยว ๆ ผิวหนังคนมันไม่เงาวิ้งขนาดสะท้อนแสงได้ขนาดนี้นะ จะว่าใส่ถุงน่องรึถุงเท้าก็ไม่ใช่ เฮ้ย แล้วมันอะไร...

ช่วงเวลานั้นที่ผมเริ่มรู้สึกว่าหัวจะระเบิดกับข้อมูลที่ไหลเข้ามาเรื่อยๆ อะไรบางอย่างก็ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงข้อมูลแอนตี้ฮีโร่ที่ได้รับมอบหมายให้คอยติดตามแบบไม่ได้ตั้งใจ

 

 

...เปลี่ยนสภาพร่างกายเป็นเหล็กได้...

 

...Metal Boy...?

 

 

เฮ้ย เอาจริงงั้นเหรอ ตามข้อมูลที่ผมได้บอกว่าเขาเป็นผู้ชาย แต่ตรงหน้าผมเป็นเด็กผู้หญิงใส่ชุดนางฟ้านะ ข้อมูลผิดรึไงเนี่ย

ไม่ต้องรอเสียงใครสั่ง ผมรีบขับยานตามเด็กผู้หญิงคนนั้นไปแบบเงียบที่สุดเท่าที่ผมคิดว่าจะทำได้

 

...แต่พระเจ้าก็ไม่เข้าข้างผมอีกแล้ว 

 

อยู่ๆเด็กผู้หญิงคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาบนฟ้า และเป็นความบังเอิญที่แย่มาก เพราะจังหวะนั้นสายตาผมดันสบเข้ากับสายตาเธอพอดี

 

 

มันไม่ใช่ซีนหนังรักโรแมนติกหรอก ในหัวตอนนั้นผมมีอยู่คำเดียวคือ ชิบหาย

 

  

ขณะที่กำลังคิดว่าจะหลบหนียังไงไม่ให้อีกฝ่ายผิดสังเกต อะไรสักอย่างที่วิ่งด้วยท่าทุเรศๆก็กำลังเคลื่อนที่มาด้วยความเร็ว...ไม่สูงแล้วกัน ยังอยู่ในระดับที่ผมเห็นว่ามันวิ่งน่ะ ...รู้สึกจะวิ่งเข้าใส่เด็กผู้หญิงคนนั้นแหละ

 

ส่วนผมก็มองอยู่ห่างๆจากบนฟ้า...

 

สิบเมตร...เก้าเมตร...แปด...เจ็ด...หก...ห้า.....

 

 

ก็ใช่ว่าผมจะปล่อยให้ใครสักคนโดนเอเลี่ยนหน้าฟักทองจูบรับฮัลโลวีนย้อนหลัง

 

มวลน้ำลูกย่อมๆขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลที่แข็งพอจะทุ่มหัวใครสักคนให้เลือดอาบได้พุ่งเข้าไปที่ท้องตัวประหลาดหน้าฟักทอง กะความเร็วแล้วก็น่าจะทำให้มันกลิ้งออกไปได้สักเกือบ ๆ หกเมตร

ผมคิดว่าอะไรแบบนั้นน่าจะเบนความสนใจได้ แล้วผมก็จะหลบออกไปจากบริเวณนี้ได้ซะที

 

แต่ก็นั่นแหละ พระเจ้าไม่เคยใจดี

 

ขณะที่ผมกำลังเตรียมจะดริฟต์ยานหนีเข้าซอกตึกสักแห่ง เด็กผู้หญิงชุดนางฟ้าคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาตะโกนเรียกผมด้วยเสียงอันดังและมาดแมนสุด ๆ 

 

  

...เออ ผมรู้ ผมไม่ได้เขียนผิด

 

เสียงที่เข้ารูหูผมมันเป็นเสียงโทนต่ำแบบเด็กผู้ชาย ที่ออกมาจากปากเด็กผู้หญิงชุดนางฟ้าคนนั้น

 

  

ผมชะงักไป รู้สึกว่าจะสามวินาทีมั้ง แต่ช่วงเวลานั้นมันไม่มีเวลามากพอจะให้ไขปัญหาพาเพลินตรงหน้าที่ดูเหมือนผู้ใหญ่ก็จะช่วยผมไม่ได้

มีอยู่หนึ่งคำตอบที่วิ่งเข้ามาเสนอตัวว่าอาจจะเป็นแอนตี้ฮีโร่ที่ผมตามตัวอยู่ก็ได้ ในเมื่อข้อมูลตรงกันซะขนาดนี้ ...แต่ก็นั้นแหละ ไม่ใช่เวลาจะมาตอบคำถามตอนนี้

  

ผมเลยได้แต่ทำใจให้สงบแล้วหันกลับไปถามว่ามีอะไร


เธอ...จากตรงนี้ผมขอเปลี่ยนสรรพนามเป็นเขาละกัน ไม่ได้ตอบอะไรผมต่อนอกจากยืนจ้องหน้ากับฝูงหัวฟักทองประมาณเจ็ดหรือแปดตัวที่กำลังแข่งกันประกวดยิ้มสวยมาทางผม

ทุกตัวยิ้มได้น่ารักมาก ใช่ น่ารักเป็นบ้าเลย น่ารักซะจนผมเผลอปาลูกเบสบอลน้ำที่แข็งประมาณหินแกรนิตเข้าปากมันไปทุกตัวเลยล่ะ

 

 

คุณอาจจะคิดว่าผมอยู่ยำพวกมันจนได้วัตถุดิบสำหรับซุปฟักทองสูตรพิสดารพอที่จะเลี้ยงคนได้เกือบสิบ 

 

แต่ผมขอย้ำอีกทีแล้วกันนะ ว่าผมเป็นเด็กนักเรียนอายุ13ปี ที่มาเป็นฮีโร่ด้วยเหตุสุดวิสัย

ผมก็อยากจะจัดการให้เสร็จๆอยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่าไอ้ตัวพวกนั้นมันมากันเป็นกองทัพ ในขณะที่ผมมีแค่ผู้ช่วยที่ไม่รู้จะทิ้งผมแล้วหนีไปคนเดียวรึเปล่าอีกหนึ่ง

ตอนนั้นก็เลยเอาแค่ให้พวกมันพอสลบ ก่อนผมจะกลับขึ้นยาน อ้อ ใช่ ต้องเอาเขาที่ถูกสมมติฐานว่าเป็นเป้าหมายที่ผมต้องการตัวไปด้วย อย่างน้อยผมก็ใจดีพอที่จะไม่ทิ้งเขาไว้เป็นมื้อดึกของเอเลี่ยนหัวฟักทองรางวัลยิ้มสวยยอดเยี่ยมหรอกนะ

ผมเรียกเขาให้มาขึ้นยาน เขาก็เดินมาตามที่ผมว่า แต่พอถึงตัวยานเท่านั้นแหละ เขาก็ยืนนิ่ง

ผมเรียกซ้ำอีกที แต่เขาก็ไม่พูดอะไร นอกจากกดหัวผมให้ก้มลงต่ำ

 

แล้วต่อยหมัดที่คิดว่าน่าจะแปลงสภาพเป็นเหล็กใส่หัวฟักทองที่อยากโชว์ฟันให้พวกเราดูไปหนึ่งที 

...อย่างน้อยผมก็พอจะเชื่อได้อีกนิดหน่อยว่าเขาจะไม่ปล่อยผมไว้ให้อยู่ท่ามกลางวงประกวดยิ้มสวยของเอเลี่ยนหน้าพิลึกน่ะนะ

 

 

เราทั้งคู่บินลัดท้องฟ้ามาถึงบ้านของเขาตามเส้นทางที่เขาบอก จริงๆผมจำทางได้น่ะนะ แต่ต้องทำเก๊กไม่รู้ เดี๋ยวโดนจับได้ว่าผมสะกดรอยตามเขามาจะยิ่งซวย

ปกติผมไม่ค่อยมีใครซ้อนท้ายยานเท่าไหร่ แต่ประสบการณ์ของคนซ้อนท้ายที่เป็น...เอ่อ เด็กผู้ชายชุดนางฟ้า ก็แปลกๆไปอีกแบบ

ผมลงจอดที่พื้นหน้าบ้านให้เขาลง กำลังคิดว่าจะกลับทางไหนที่ผมสามารถพุ่งขึ้นเตียงได้ไวที่สุดไปพลางๆ


เราคุยกันนิดหน่อย เขาคือ Metal Boy ตามคาด ชื่อจริงคือแม็กซ์ วอล์คเกอร์  ส่วนผมก็แนะนำตัวเองไปทั้งชื่อฮีโร่กับชื่อจริง 

มันอาจจะดูผิดๆที่เราบอกชื่อจริงกัน แต่ผมว่าคงไม่มีเรื่องแบบว่าเอาชื่อไปแบล็คเมล์ไรงี้หรอก...มั้ง? แล้วก็เป็นอะไรคล้ายๆกันด้วย เข้าใจที่ผมสื่อใช่ไหม?

เขาอธิบายเรื่องชุดนางฟ้ามาพอให้เข้าใจว่าเขาไม่ได้มีรสนิยมแบบ...เอ่อ อะไรแบบนั้นน่ะแหละ ประมาณว่ามันเป็นวิธีล้วงข้อมูลจากแหล่งอะไรทำนองนั้น ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องลงทุนถึงขนาดนี้ แต่ก็เอาเถอะ เขาเล่ามาแค่นี้ผมก็พอใจจะรู้แค่นี้

 

แต่เท่าที่ดูมาทั้งหมด เขาก็ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเอเลี่ยนหัวฟักทอง...ไม่สิ ไม่เกี่ยวเลยมากกว่า ขนาดเขายังโดนไอ้ตัวนั่นวิ่งไล่โชว์ฟัน ถ้าให้เกี่ยวข้องกันจริง ๆ ป่านนี้โลกคงมีฮอทด็อกที่หน้าตาเป็นเบอร์เกอร์ กับเบอร์เกอร์ที่หน้าตาเป็นฮอทด็อกแล้วล่ะ

 

  

เล่ามาซะยืดยาว สรุปก็คือ Metal boy คาดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับ Pumpkin Head นั่นแหละ

 

 

ขอบคุณที่สละเวลาอันมีค่าของคุณอ่านจนจบ

  

 

Mizu (Sylvester Campbell) '

 

 

 

------------------------------------------------------------------------------------ 

  

 

 

เสียงกริ่งบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้นตามปกติ 

 

เด็กนักเรียนทุกคนต่างทยอยกันออกจากห้องเรียนเพื่อกลับบ้าน หรือจะไปไหนต่อก็แล้วแต่กำหนดการที่พวกเขาวางไว้

 

 

เพราะจำนวนเด็กที่อาจจะเยอะเกินไปหน่อย เรื่องเดินชนกันเลยมีให้เห็นได้ทั่วไปในเวลานี้

 

และก็เป็นธรรมดา ถ้าคนตัวสูงกว่าเดินชนกับคนตัวเตี้ยกว่า คนที่จะล้มก็คือคนที่เตี้ยกว่า

 

 

 

"โอ้ย!... นี่นาย เดินเผื่อแผ่ที่ให้คนอื่นบ้างก็ได้นะ"

"...ขอโทษ"

"ถ้ามันทำให้หายเจ็บจะยินดีมาก แต่ช่างเหอะ ...เฮ้ย เดี๋ยวสิ นาย....."

 

"...?"

 

"...แม็กซ์ใช่ไหม?"

 

"..?? นายรู้ได้ยังไง...?"

 

"ปัดโธ่ ความจำสั้นรึไง ฉันซิลเวสเตอร์ ทีนี้จำได้รึยัง...แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ เมื่อวานตอนเที่ยงๆนายไปซื้อเบอร์เกอร์ที่ร้าน xxx ใช่ไหม?"

 

"..ใช่ แล้วทำไมนายรู้..."

 

".....นายสั่งบิ๊กเบอร์เกอร์ใช่ไหม?"

 

"..."

 

".......แล้ว...นายก็ได้...ชีสเบอร์เกอร์ไปแทน...."

 

"......."

 

 

 

"แม็กซ์!! จ่ายค่าชีสเบอร์เกอร์ในท้องนายมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!!!!"

 

 

------------------------------------------------------------------------------------  

 

::Secret ending::

(ส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับมิชชั่นหลัก แต่เป็นสตอรี่ของหมาเนยเฉยๆ คลุมดำเพื่ออ่านต่อเลยจ่ะ)

 

  

เสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ดเงียบหายไป

  

มือที่ใช้พิมพ์ยกลอยค้างอยู่เหนือแป้นเหมือนกับเว้นช่วงคิดระยะหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเคาะลงบนแป้นต่อ

 

 

'ส่วนนี้ผมแค่เขียนเพิ่มเล่นๆ มันไม่สำคัญอะไรหรอก และคุณก็จะไม่ได้อ่านด้วย เพราะผมจะลบมันทิ้งทันทีหลังจากเขียนจบ

  

ระหว่างที่ผมกำลังบินไปตามพิกัดที่ขึ้นบนเนวิเกเตอร์ เสียง TERRY เจ้าเดิมก็ดังเข้ามาในหูผม ว่าข้างหน้ามีไอ้ตัวประหลาดหัวฟักทองอยู่

ผมก็แค่รับรู้ และกำลังจะลอยผ่านไปโดยไม่ใส่ใจอะไร 

  

แต่ผมก็ไม่ได้ทำแบบนั้น 

TERRY พูดเข้ามาในหูผมอีกครั้ง คราวนี้บอกว่านอกจากหัวฟักทองแล้ว ยังมีมนุษย์ธรรมดาอยู่อีกด้วย

  มือที่กำลังบังคับให้ยานวิ่งเป็นทางตรง หักเลี้ยวเข้ามุมตึกตามพิกัดใหม่ที่ขึ้นบนจอ

  

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพยายามปาอะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้ตัว ใส่เจ้าเอเลี่ยนหน้าตาพิลึกเพื่อให้มันถอยห่างจากเธอที่หนีไปไหนไม่ได้แล้วเพราะซอยตัน

โธ่ เอาดินกับใบไม้แห้งปาใส่มัน คิดว่าจะทำให้มันลอยหนีไปไหนได้เหรอแม่คุณ

ผมเบนความสนใจจากงานก่อนหน้าที่ต้องตามหาตัวใครสักคนที่ผมไม่รู้แม้แต่ชื่อ มายังสาวน้อยน่าสงสารที่กำลังจะเป็นผู้ชมงานโชว์ยิ้มสวยประจำค่ำคืนนี้อย่างช่วยไม่ได้

ลูกบาศก์น้ำขนาดประมาณลังกระดาษใบใหญ่ ความแข็งน่าจะเทียบเท่าโลหะ ถูกผมทุ่มใส่หัวสิ่งมีชีวิตหน้าคล้ายฟักทองด้วยความเร่งแรงโน้มถ่วงโลก แรงพอที่จะทำให้หัวมัน...เละได้น่ะนะ ผมจะไม่บรรยายภาพแล้วกัน แค่คิดก็จะอ้วกแล้ว

ดูเหมือนเธอจะกำลังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างหน้า ซึ่งมันเป็นจังหวะดีมากที่ผมจะเลี้ยวเข้าไปหิ้วเธอขึ้นยาน แล้วออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด

 

ใช้เวลาอยู่สักพักในการเรียกสติเธอกลับมา ผมพยายามพูดให้เธอแน่ใจว่าไม่เป็นอะไรแล้ว และถามทางเพื่อพาไปส่งที่บ้าน

ระหว่างการเดินทางที่ไม่สั้นไม่ยาว ผมพอจะเดาได้ว่าเธอค่อนข้างจะช่างพูดอยู่เหมือนกันถ้าอยู่ในเหตุการณ์ปกติ เธอถามผมเรื่องพลังที่ผมมี ยานที่ผมขับ เอเลี่ยนหัวฟักทองที่เธอเพิ่งเจอ และอะไรอีกหลายอย่างที่เธอถามรัวๆจนผมตอบแทบไม่ทัน ...อ้อใช่ เธอพยายามจะถามชื่อจริงผมด้วย แต่ผมก็ไม่ได้บอกไปหรอก 

ผมตอบเยอะมากกว่าถาม หนึ่งในนั้นที่ไม่รวมเรื่องทางกลับบ้านคือมาทำอะไรตอนดึกๆแบบนี้ เธอตอบมาได้น่าประทับใจผมมาก เพราะคำตอบคือเธออยากเห็นไอ้ตัวหัวฟักทองแบบเป็นๆ... เป็นยังไงล่ะ ได้เห็นสมใจอยาก หวังว่าเธอคงจะไม่อยากเห็นมันอีกนะ

 

ผมชะลอความเร็วให้ยานลอยตัวอยู่ตรงหน้าต่างห้องนอนของเธอตามคำขอ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้คนในบ้านรู้ว่าเธอแอบออกมา อืม...เป็นเด็กผู้หญิงที่ซนมาก จากใจเลยนะ

  ผมย้ำเธอไปอีกรอบว่าอย่าออกมาตอนกลางคืนอีก มันอันตราย เหมือนพ่อดุลูกสาวเลยว่าไหม? แต่เพราะว่าผมขี้เกียจออกมาหิ้วเธอกลับบ้านทางหน้าต่างห้องนอนแบบนี้ตะหาก เลยต้องย้ำให้ขึ้นใจแบบนั้น

  เธอก็ไม่ว่าอะไร งึมงัมรับปากเหมือนไม่ค่อยจริงใจ ก่อนที่เราทั้งคู่จะบอกลากัน

 

มันอาจจะเป็นเหมือนทุกคืนที่ผมช่วยใครสักคนที่ผมไม่รู้จัก แล้วเราก็ไม่รู้จักกันต่อไป

 

แต่ทั้งหมดที่เล่ามาน่ะ...

  

คือเพื่อนร่วมห้องเรียนผมเอง '

 

  

เสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ดเงียบลงอีกครั้ง

 

ปุ่ม backspace ถูกกดค้างไว้อยู่สักพักหนึ่งก่อนจะถูกปล่อย

 

เคอร์เซอร์เมาส์เลื่อนไปคลิกเมนู เพื่อออกคำสั่งให้เครื่องพิมพ์ทำงาน

 

กระดาษจำนวนหนึ่งทยอยออกมาจากเครื่องพร้อมตัวอักษรที่เรียงราย ทั้งหมดถูกรวมเข้าแฟ้มให้เป็นระเบียบ

 

เคอร์เซอร์เมาส์เลื่อนไปคลิกเมนู ทำการบันทึกไฟล์งานเอาไว้

 

  

เรื่องราวสั้น ๆ ที่ถูกเขียนในตอนท้าย ไม่ได้ปรากฏอยู่บนไฟล์งานและกระดาษจำนวนนั้น


 
 
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
เหยดดดดดดดดดด จบแล้วววววว
 
/ระบำรอบเอนทรี่ฉลอง
 
 
พาร์ทแรกเป็นคอมิค แต่พาร์ทสองเป็นฟิคนี่คือไร orz
 
 
 
 
ไม่รู้จะแพล่มอะไรต่อ หมดแรงแล้ว O}---{ เอาเป็นว่าเจอกันยามอัพบล็อกครั้งต่อไปนะก๊ะ
 
 
 
 
 
 
อนึ่ง. ชีวิตจริงเขียนรายงานภาษาแบบนี้ไปมันจะไม่โดนตีกลับเหรอวะ...
 

Comment

Comment:

Tweet

คำเดียว
กุขำมาบอยกับหมาเนย